จัดฟัน ต้องผ่าฟันคุดไหม? ไขข้อสงสัยที่คนอยากมีฟันสวยต้องรู้
จัดฟัน ต้องผ่าฟันคุดไหม? ไขข้อสงสัยที่คนอยากมีฟันสวยต้องรู้

สำหรับใครที่กำลังวางแผนอยากจะมีรอยยิ้มที่สวยงามและกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดฟัน คำถามยอดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นในใจเป็นอันดับแรกๆ คือ "จัดฟัน ต้องผ่าฟันคุดไหม?" หรือ "ถ้าไม่ถอนฟันคุด จะจัดฟันได้หรือเปล่า?" เพราะหลายคนแค่ได้ยินคำว่า "ผ่าฟันคุด" ก็รู้สึกกังวลและกลัวเจ็บขึ้นมาทันที
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกและไขข้อสงสัยกันว่า จริงๆ แล้วการผ่าฟันคุดมีความจำเป็นต่อการจัดฟันมากน้อยแค่ไหน และในกรณีไหนบ้างที่ทันตแพทย์จะแนะนำให้ผ่าออก
ฟันคุด คืออะไร ทำไมถึงมักเป็นปัญหา?
ฟันคุด (Impacted Tooth) คือ ฟันที่ไม่สามารถงอกโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาเรียงตัวในช่องปากได้ตามปกติ หรืออาจจะโผล่ขึ้นมาได้เพียงแค่บางส่วน ทำให้ตัวฟันฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรหรือซ่อนอยู่ใต้เนื้อเยื่อเหงือก
แม้ว่าคำว่า "ฟันคุด" จะถูกใช้เรียกเหมารวมกับ "ฟันกรามซี่สุดท้าย" (Wisdom Teeth) ซึ่งเป็นซี่ที่ 8 ที่อยู่ลึกสุดในช่องปาก (มักจะเริ่มงอกในช่วงอายุ 17-25 ปี) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฟันซี่อื่นๆ เช่น ฟันเขี้ยว หรือฟันกรามน้อย ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาการคุดได้เช่นเดียวกัน หากไม่มีพื้นที่เพียงพอให้ฟันงอกขึ้นมา
สาเหตุที่ทำให้เกิดฟันคุด
- พื้นที่กระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอ: ขากรรไกรมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้ฟันซี่สุดท้ายที่งอกขึ้นมาทีหลังสุดไม่มีที่ว่างให้ยืน
- มีสิ่งกีดขวาง: ถูกฟันซี่ข้างเคียงเอียงมาบัง หรือมีความหนาของกระดูกและเหงือกมากเกินไป
- พันธุกรรม: ขนาดของฟันและขากรรไกรที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไม่สมดุลกัน
ลักษณะการเกิดฟันคุด
มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยในทางทันตกรรมจะแบ่งลักษณะการเกิดฟันคุดออกเป็น 3 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้ครับ
1. แบ่งตามทิศทางการเอียงตัว (Angulation)
เป็นการดูองศาของฟันคุดที่งอกขึ้นมา ว่าทำมุมอย่างไรกับฟันกรามซี่ข้างเคียง (ฟันกรามซี่ที่ 7) ซึ่งเป็นลักษณะที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดจากภาพเอกซเรย์
- คุดเอียงไปด้านหน้า (Mesioangular Impaction): ฟันคุดมีลักษณะเอียงเทไปด้านหน้าและดันตัวเข้าหาฟันกรามซี่ข้างเคียง เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด มักทำให้เศษอาหารติดง่าย ทำความสะอาดยาก และเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุบริเวณซอกฟันมากที่สุด
- คุดเอียงไปด้านหลัง (Distoangular Impaction): ฟันคุดมีลักษณะเอียงเอนไปทางด้านหลังของขากรรไกร (หันหนีฟันซี่ข้างเคียง) เป็นลักษณะที่มักจะนำเครื่องมือเข้าไปงัดหรือผ่าออกได้ค่อนข้างยาก
- คุดในแนวนอน (Horizontal Impaction): ฟันคุดนอนตะแคงทำมุม 90 องศาขนานกับเหงือก และมักจะพุ่งชนเข้าไปที่บริเวณรากฟันของซี่ข้างเคียงโดยตรง เป็นลักษณะที่อันตรายและผ่าออกยากที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้รากฟันข้างเคียงละลายและสูญเสียฟันซี่นั้นไปได้
- คุดในแนวตั้ง (Vertical Impaction): ฟันคุดตั้งตรงในตำแหน่งปกติเหมือนฟันทั่วไป แต่ไม่สามารถโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาได้จนสุด อาจเป็นเพราะพื้นที่ขากรรไกรแคบเกินไป หรือมีแนวกระดูกขากรรไกรด้านหลังมาขวางไว้
2. แบ่งตามเนื้อเยื่อที่ปกคลุม (Tissue Coverage)
เป็นการประเมินว่าฟันคุดซี่นั้นถูกซ่อนอยู่ใต้เนื้อเยื่อชนิดใดบ้าง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อขั้นตอนและระยะเวลาในการผ่าตัด
- คุดฝังใต้เหงือก (Soft Tissue Impaction): ตัวฟันแทงทะลุกระดูกขากรรไกรขึ้นมาได้แล้ว แต่ยังมีเนื้อเยื่อเหงือกคลุมปิดอยู่ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน การผ่าตัดในลักษณะนี้จะค่อนข้างง่าย ทันตแพทย์เพียงแค่กรีดเปิดเหงือกก็สามารถคีบหรือถอนฟันออกมาได้
- คุดฝังในกระดูกบางส่วน (Partial Bony Impaction): ตัวฟันโผล่พ้นกระดูกขากรรไกรขึ้นมาได้แค่บางส่วน โดยยังมีฟันบางส่วนที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อกระดูก ทันตแพทย์จำเป็นต้องกรอเปิดกระดูกรอบๆ ฟันเล็กน้อย เพื่อให้สามารถงัดฟันออกมาได้
- คุดฝังในกระดูกมิดทั้งซี่ (Complete Bony Impaction): ตัวฟันทั้งซี่จมลึกอยู่ในกระดูกขากรรไกรอย่างสมบูรณ์ ไม่โผล่ขึ้นมาเลย ถือเป็นเคสที่มีความซับซ้อน ทันตแพทย์ต้องผ่าเปิดเหงือก กรอตัดกระดูก และมักจะต้องตัดแบ่งตัวฟันคุดออกเป็นหลายๆ ชิ้น (Sectioning) เพื่อทะยอยคีบออกมา ลดแรงกระแทกต่อกระดูกขากรรไกรให้มากที่สุด
3. แบ่งตามความลึกของตำแหน่งฟัน (Depth Level)
เป็นการประเมินว่าตัวฟันคุดนั้น ฝังอยู่ลึกแค่ไหนเมื่อนำไปเทียบกับความสูงของฟันกรามซี่ข้างเคียง
- ระดับตื้น (High Level): จุดสูงสุดของฟันคุด อยู่ในระดับใกล้เคียงกับระนาบการสบฟันหรือจุดสูงสุดของฟันกรามซี่ข้างเคียง
- ระดับกลาง (Medium Level): จุดสูงสุดของฟันคุด จมต่ำกว่าระนาบการเคี้ยว แต่อยู่สูงกว่าบริเวณคอฟัน (รอยต่อระหว่างตัวฟันกับรากฟัน) ของซี่ข้างเคียง
- ระดับลึก (Deep Level): จุดสูงสุดของฟันคุด ฝังตัวอยู่ลึกกว่าระดับคอฟันของซี่ข้างเคียง ซึ่งมักจะหมายถึงฟันซี่นั้นจมอยู่ลึกมากในกระดูกขากรรไกร
ลักษณะรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทันตแพทย์ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องใช้ การถ่ายภาพรังสี (X-ray) เพื่อประเมินทั้งทิศทาง ความลึก และลักษณะกระดูกรอบๆ รวมถึงตรวจสอบตำแหน่งของเส้นประสาทในขากรรไกรล่าง (Inferior Alveolar Nerve) ที่อยู่ใกล้เคียง
ทำไมถึงต้องผ่าฟันคุดออก? (อันตรายหากปล่อยทิ้งไว้)
แม้บางคนจะไม่มีอาการปวด แต่การปล่อยฟันคุดทิ้งไว้มักก่อให้เกิดปัญหาช่องปากเรื้อรังตามมา ได้แก่:
- เหงือกอักเสบ (Pericoronitis): ฟันคุดที่โผล่ขึ้นมาได้ครึ่งๆ กลางๆ จะมีซอกเหงือกที่ทำความสะอาดได้ยาก ทำให้เศษอาหารและแบคทีเรียเข้าไปสะสมจนเกิดการติดเชื้อ บวมแดง และมีหนอง
- ฟันผุทั้งฟันคุดและฟันข้างเคียง: เนื่องจากแปรงฟันเข้าไปไม่ถึง ซอกระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ที่ 7 จึงเป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟันได้ง่าย
- ดันฟันซี่อื่นให้ล้มเก: แรงดันจากการพยายามงอกของฟันคุด อาจดันให้ฟันหน้าซ้อนเก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนที่ต้องการจัดฟัน
- เกิดถุงน้ำ (Cyst) หรือเนื้องอก: ในรายที่ฟันฝังตัวอยู่ในกระดูกขากรรไกรเป็นเวลานาน เนื้อเยื่อรอบๆ อาจพัฒนาเป็นถุงน้ำ ซึ่งจะไปทำลายเนื้อกระดูกขากรรไกรและรากฟันข้างเคียง หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ขากรรไกรหักได้
การจะรู้ได้ว่าเรามี "ฟันคุด" ซ่อนอยู่หรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จาก 2 วิธีหลักๆ คือ การสังเกตอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง และการเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดครับ
1. การสังเกตอาการด้วยตัวเอง (Self-Check)
ฟันคุดมักจะเริ่มแสดงอาการหรือพยายามงอกขึ้นมาในช่วงอายุประมาณ 17-25 ปี ลองสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ดูครับ:
- ปวดบริเวณกรามด้านในสุด: มีอาการปวดตื้อๆ ปวดจี๊ดๆ หรือรู้สึกตึงบริเวณเหงือกซี่ในสุด บางครั้งอาการปวดอาจลามไปที่ขากรรไกร หู ขมับ หรือศีรษะได้
- เหงือกบวมแดง อักเสบ: บริเวณเหงือกด้านในสุด (หลังฟันกรามซี่สุดท้าย) มีอาการบวม แดง กดแล้วเจ็บ หรือรุนแรงถึงขั้นมีหนองไหลออกมา
- มองเห็นหรือคลำเจอหน่อฟัน: ลองส่องกระจกหรือใช้ลิ้นสัมผัสบริเวณเหงือกด้านในสุด อาจเห็นหรือรู้สึกถึงขอบฟันแข็งๆ สีขาวที่โผล่พ้นเหงือกขึ้นมาเพียงเล็กน้อย หรือโผล่มาในมุมที่เอียงผิดปกติ
- มีกลิ่นปาก หรือรับรสชาติแปลกๆ: เนื่องจากฟันคุดที่โผล่ขึ้นมาบางส่วนจะมีซอกหลืบที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ทำให้เศษอาหารเข้าไปติดและเกิดการหมักหมมจนมีกลิ่นปาก หรือรู้สึกถึงรสชาติเฝื่อนๆ ในปากจากแบคทีเรียหรือหนองที่อักเสบ
- อ้าปากหรือเคี้ยวอาหารลำบาก: หากมีอาการอักเสบมากจนเหงือกบวมโย้ อาจทำให้รู้สึกเจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร หรือเจ็บจนอ้าปากกว้างไม่ได้ตามปกติ
2. การตรวจวินิจฉัยโดยทันตแพทย์ (วิธีที่ชัวร์ที่สุด)
"การไม่มีอาการปวด ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีฟันคุด" หลายคนมีฟันคุดที่ฝังตัวอยู่ใต้เหงือกหรือใต้กระดูกขากรรไกรลึกมากจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าและไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเลย การจะทราบได้อย่างแน่ชัดจึงต้องอาศัยเครื่องมือทางการแพทย์
- การเอกซเรย์ฟัน (Panoramic X-ray): เป็นวิธีเดียวที่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากและเอกซเรย์แบบเห็นภาพรวมทั้งปาก (ฟิล์มใหญ่) ซึ่งจะแสดงให้เห็นโครงสร้างกระดูกขากรรไกร รากฟัน และตำแหน่งของฟันคุดที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ทำให้รู้ได้ทันทีว่าฟันคุดฝังอยู่ลึกแค่ไหน เอียงกี่องศา และมีความเสี่ยงที่จะไปชนรากฟันซี่ข้างเคียงหรือไม่
คำแนะนำ: หากคุณอายุเข้าสู่ช่วง 17 ปีขึ้นไป หรือกำลังอยู่ในช่วงหาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวจัดฟัน ควรแวะไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพช่องปากและทำการเอกซเรย์ฟันครับ การรู้ตัวล่วงหน้าว่ามีฟันคุดซ่อนอยู่ จะช่วยให้คุณและทันตแพทย์สามารถวางแผนจัดการกับมันได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่จะเกิดอาการปวดหรืออักเสบรุนแรงขึ้นมาในอนาคต
สรุปแล้ว จัดฟัน ต้องผ่าฟันคุดไหม?
คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่จำเป็นต้องผ่าฟันคุดทุกเคส" ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตแพทย์จัดฟันเป็นหลัก โดยทันตแพทย์จะทำการเอกซเรย์โครงสร้างฟันและขากรรไกรอย่างละเอียด เพื่อดูทิศทางการขึ้นของฟันคุดและวางแผนการรักษา
เราสามารถแบ่งกรณีของการผ่าและไม่ผ่าฟันคุดออกได้ดังนี้
กรณีที่ "ต้องผ่า" ฟันคุดก่อนจัดฟัน
- ไม่มีพื้นที่เพียงพอให้ฟันเคลื่อนตัว: หากขากรรไกรแคบและจำเป็นต้องดึงฟันไปด้านหลัง ทันตแพทย์จำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่โดยการผ่าฟันคุดออก เพื่อให้ฟันซี่อื่นๆ มีสเปซในการเรียงตัวได้อย่างสวยงาม
- ฟันคุดมีทิศทางที่ดันฟันซี่อื่น: หากเอกซเรย์แล้วพบว่าฟันคุดมีแนวโน้มที่จะงอกขึ้นมาดันฟันกรามซี่ข้างเคียง (ซี่ที่ 7) ซึ่งอาจทำให้ฟันเกกลับมาเหมือนเดิมหลังจัดฟันเสร็จ หรือทำให้รากฟันข้างเคียงละลาย แพทย์จะแนะนำให้ผ่าออก
- ฟันคุดผุหรือมีเหงือกอักเสบ (Pericoronitis): หากฟันคุดซี่นั้นมีรอยผุทะลุโพรงประสาทฟัน หรือมีเศษอาหารไปติดจนเหงือกอักเสบบ่อยครั้ง การเก็บไว้อาจเป็นผลเสียต่อสุขภาพช่องปากโดยรวมในระหว่างที่ใส่เครื่องมือจัดฟัน
กรณีที่ "ไม่ต้องผ่า" ฟันคุด (เก็บไว้ได้)
- ฟันคุดขึ้นตรงและมีพื้นที่พอ: หากฟันคุดซี่นั้นสามารถงอกขึ้นมาได้ตรงๆ ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ใช้งานเคี้ยวอาหารได้ปกติ และทำความสะอาดได้ง่าย
- ไม่ขัดขวางแผนการจัดฟัน: หากแผนการจัดฟันไม่ได้จำเป็นต้องใช้พื้นที่ในส่วนนั้น หรือการมีอยู่ของฟันคุดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนตัวของฟันซี่อื่นๆ
- ใช้ฟันคุดทดแทนฟันกรามที่เสียไป: ในบางเคสที่คนไข้สูญเสียฟันกรามซี่หน้าไป ทันตแพทย์อาจใช้เทคนิคจัดฟันเพื่อดึงฟันคุด (ที่อยู่ในสภาพดี) ขึ้นมาทดแทนฟันที่หายไปได้
ควรผ่าฟันคุด "ก่อน" หรือ "ระหว่าง" จัดฟันดีกว่ากัน?
โดยส่วนใหญ่แล้ว ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ เคลียร์ช่องปากและผ่าฟันคุดให้เสร็จเรียบร้อยก่อนติดเครื่องมือจัดฟัน เนื่องจาก:
- ทำให้ทันตแพทย์มีพื้นที่ในการดึงฟันได้ตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก
- ป้องกันปัญหาการอักเสบและปวดฟันคุดในระหว่างที่กำลังจัดฟัน ซึ่งอาจทำให้การดูแลทำความสะอาดยากขึ้นทวีคูณ
- ลดความเสี่ยงที่ฟันจะกลับมาซ้อนเก (Relapse) ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีแพทย์อาจให้เริ่มติดเครื่องมือจัดฟันไปก่อน แล้วค่อยนัดหมายเพื่อผ่าฟันคุดในภายหลัง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
ข้อแนะนำก่อนตัดสินใจ
การที่ จัดฟัน ต้องผ่าฟันคุดไหม นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถตัดสินใจได้เอง การเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันเพื่อทำการพิมพ์ปากและเอกซเรย์ดูโครงสร้างกระดูกขากรรไกร คือวิธีเดียวที่จะให้คำตอบที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
หากคุณกำลังมีความกังวลเรื่องการผ่าฟันคุด แนะนำให้เปิดใจพูดคุยกับทันตแพทย์โดยตรงถึงความกังวลใจ เพื่อให้แพทย์ช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดน้อยที่สุด
จบทุกปัญหาฟันคุดและวางแผนจัดฟันอย่างปลอดภัย ที่ เพ็ชราคลินิก
จากลักษณะการเกิดฟันคุดที่ซับซ้อนและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จะเห็นได้ว่าการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญคือหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษา หากคุณกำลังวางแผนจัดฟัน หรือเริ่มมีสัญญาณเตือนของอาการปวดฟันคุด เพ็ชราคลินิก (Petchara Clinic) พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
ที่เพ็ชราคลินิก เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์การรักษาที่ตรงจุด:
- ตรวจประเมินอย่างละเอียด: มีบริการเอกซเรย์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างขากรรไกร ทิศทาง ความลึก และความเสี่ยงของฟันคุดอย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนร่วมกับการจัดฟันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- ดูแลโดยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: หมดความกังวลเรื่องความเจ็บปวด ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่นุ่มนวล รวดเร็ว และบอบช้ำน้อยที่สุด
- เครื่องมือและคลินิกได้มาตรฐาน: สะอาด ปลอดภัย ใส่ใจในทุกขั้นตอนการให้บริการโดยทีมผู้ช่วยทันตแพทย์ที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 094-741-9369
เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-19.00 น.
พิกัด: https://goo.gl/maps/qUCfWj9PNAhcPuyr8


