รีเทนเนอร์มีคราบขาว หินปูนเกาะ มีกลิ่น วิธีทำความสะอาดไม่ให้ชำรุด
รีเทนเนอร์มีคราบขาว หินปูนเกาะ มีกลิ่น วิธีทำความสะอาดไม่ให้ชำรุด

รีเทนเนอร์ (Retainer) คือเครื่องมือสำคัญที่คนจัดฟันเสร็จทุกคนต้องสวมใส่เป็นประจำทุกวัน เพื่อล็อคแนวฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่สวยงามและป้องกันไม่ให้ฟันล้มกลับ แต่เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ หลายคนมักเริ่มสังเกตเห็นว่ารีเทนเนอร์คู่โปรดเริ่มมีความขุ่นมัว มีคราบขาวเหนียวเกาะตามร่องฟัน มีสะเก็ดหินปูนแข็งๆ ติดแน่น หรือมีกลิ่นเหม็นอับไม่พึงประสงค์ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาใส่
ปัญหาคราบขาวและกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจและเสียบุคลิกภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนของการสะสมเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่อาจส่งผลเสียต่อเหงือกและฟันแท้โดยตรง การเรียนรู้วิธีล้างทำความสะอาดรีเทนเนอร์อย่างถูกวิธี จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขอนามัยในช่องปากและยืดอายุการใช้งานของรีเทนเนอร์ให้สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ
==================================================
สาเหตุที่รีเทนเนอร์มีคราบขาว หินปูนเกาะ และเกิดกลิ่นเหม็นสะสม
==================================================
หลายคนที่ใส่รีเทนเนอร์เป็นประจำมักต้องเผชิญกับปัญหาแผ่นรีเทนเนอร์เริ่มขุ่นมัว มีคราบสีขาวเกาะแน่นตามร่องฟัน หรือเริ่มมีกลิ่นเหม็นอับไม่พึงประสงค์ แม้จะล้างน้ำทุกวัน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความเก่าของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุทางชีววิทยาที่ชัดเจน
คราบขาวจากแผ่นคราบจุลินทรีย์ (Biofilm & Dental Plaque)
ในช่องปากของคนเรามีแบคทีเรียหลายร้อยชนิดอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อใส่รีเทนเนอร์ โปรตีนจากน้ำลายจะเข้าจับกับผิวพลาสติกหรืออะคริลิกเกิดเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ (Pellicle) จากนั้นแบคทีเรียจะเข้ามายึดเกาะและสร้างเมือกเหนียวที่เรียกว่า ไบโอฟิล์ม (Biofilm) หากไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธีทุกวัน แผ่นคราบนี้จะสะสมหนาตัวขึ้นจนมองเห็นเป็นคราบขาวขุ่นเหนียวเหนอะหนะ
การตกผลึกกลายเป็นหินปูนแข็ง (Calculus Formation)
น้ำลายของมนุษย์มีแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟตที่มีหน้าที่คืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน แต่เมื่อแร่ธาตุเหล่านี้สัมผัสกับแผ่นคราบจุลินทรีย์ที่ตกค้างบนรีเทนเนอร์เป็นเวลานาน จะเกิดกระบวนการตกตะกอนและกลายเป็นผลึกของแข็ง (Mineralization) เกิดเป็น คราบหินปูน สีขาวอมเหลืองที่เกาะติดแน่นตามซอกและมุมอับของรีเทนเนอร์ ซึ่งไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำเปล่าธรรมดา
กลิ่นเหม็นอับจากแบคทีเรียและเชื้อรา
วัสดุอะคริลิกและพลาสติกมีรูพรุนขนาดเล็กระดับไมครอนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เมื่อเศษอาหาร คราบน้ำลาย และแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) แทรกซึมเข้าไปสะสม แบคทีเรียเหล่านี้จะทำการย่อยสลายโปรตีนและปลดปล่อยสารประกอบกำมะถันระเหยง่าย (Volatile Sulfur Compounds - VSCs) ออกมา ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง นอกจากนี้ ยังอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราแคนดิดา (Candida albicans) ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขอนามัยในช่องปากโดยตรง
==================================================
4 ข้อห้ามร้ายแรงในการล้างรีเทนเนอร์ พฤติกรรมที่ทำให้เครื่องมือบิดเบี้ยวและชำรุด
==================================================
ด้วยความต้องการกำจัดคราบและกลิ่นเหม็นอย่างรวดเร็ว หลายคนจึงเลือกใช้วิธีการทำความสะอาดที่ผิดหลักการ ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังส่งผลให้รีเทนเนอร์ชำรุดเสียหายจนต้องเสียค่าใช้จ่ายทำใหม่
- การลวกหรือแช่ด้วยน้ำร้อน
- ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งคือการนำรีเทนเนอร์ไปลวกน้ำเดือดหรือแช่น้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ทั้งพลาสติกใสและฐานอะคริลิกเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ไวต่อความร้อนสูง เมื่อสัมผัสกับน้ำร้อน โครงสร้างโมเลกุลจะคลายตัว ทำให้ชิ้นงานบิดเบี้ยว ผิดรูปทรง และหดตัว ส่งผลให้ไม่สามารถใส่กลับเข้าล็อกฟันเดิมได้อีกต่อไป
- การใช้ยาสีฟันที่มีผงขัดหยาบแปรงถู
- ยาสีฟันสำหรับทำความสะอาดฟันแท้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารขัดฟัน (Abrasive Agents) เช่น ซิลิกาหรือแคลเซียมคาร์บอเนต เมื่อนำมาขัดถูบนผิวรีเทนเนอร์ จะทำให้เกิดรอยขีดข่วนขนาดเล็กนับไม่ถ้วน ผิวสัมผัสจะสูญเสียความใส กลายเป็นรอยขุ่นมัว และรอยขีดข่วนเหล่านั้นจะกลายเป็นแหล่งกักเก็บเชื้อแบคทีเรียและคราบหินปูนที่ลึกและฝังแน่นยิ่งกว่าเดิม
- การใช้น้ำยาฟอกขาว แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาบ้วนปากสูตรเข้มข้น
- สารเคมีรุนแรงอย่างน้ำยาซักผ้าขาว (ไฮเตอร์) แอลกอฮอล์ล้างแผล หรือแม้แต่น้ำยาบ้วนปากที่มีสีเข้มและมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะทำปฏิกิริยากัดกร่อนเนื้อพลาสติก ทำให้พลาสติกเปราะ แตกหักง่าย ยางหรือข้อต่อเสื่อมสภาพ และอาจทำให้รีเทนเนอร์ดูดซับสีจนเปลี่ยนสีอย่างถาวร รวมถึงมีสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตรายต่อเยื่อบุช่องปาก
- การใช้ของมีคมขูดหินปูนออกเอง
- การใช้เข็ม ปลายกรรไกร มีด หรือคลิปหนีบกระดาษมาขูดคราบหินปูนที่เกาะแน่น จะสร้างรอยขูดขีดลึกบนเนื้อวัสดุ และมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้โครงลวดของรีเทนเนอร์บิดเบี้ยว เสียระนาบการสบฟัน หรือทำให้พลาสติกใสแตกร้าวเสียหายทันที
==================================================
วิธีล้างทำความสะอาดรีเทนเนอร์ประจำวันอย่างถูกต้อง ทั้งแบบลวดและแบบใส
==================================================
การดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบหินปูนสะสมตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:
ทำความสะอาดทันทีหลังถอดออกจากช่องปาก
ทุกครั้งที่ถอดรีเทนเนอร์ออกก่อนรับประทานอาหารหรือก่อนแปรงฟัน ควรรีบนำไปเปิดน้ำไหลผ่านและทำความสะอาดทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้คราบน้ำลายแห้งกรัง เพราะคราบน้ำลายที่แห้งจะแข็งตัวและกลายเป็นคราบฝังแน่นที่ทำความสะอาดได้ยากขึ้น
การใช้สบู่อ่อนหรือน้ำยาล้างจานเจือจาง
น้ำยาที่เหมาะสมที่สุดในการทำความสะอาดรีเทนเนอร์ประจำวัน คือ น้ำสบู่อ่อน (เช่น สบู่เหลวล้างมือสูตรอ่อนโยน) หรือ น้ำยาล้างจานสูตรเจือจาง เนื่องจากมีคุณสมบัติในการขจัดคราบไขมัน คราบโปรตีนน้ำลาย และคราบเมือกได้อย่างหมดจด โดยไม่มีผงขัดที่ทำลายพื้นผิว
การใช้แปรงสีฟันขนนุ่มพิเศษ
ใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มพิเศษ (Ultra Soft) จุ่มน้ำสบู่เจือจาง แล้วค่อยๆ แปรงทำความสะอาดชิ้นงานอย่างเบามือทั้งด้านในและด้านนอก เน้นบริเวณร่องฟัน รอยพับ และใต้ฐานอะคริลิก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องจนหมดฟอง
ซับให้แห้งก่อนเก็บใส่กล่อง
หลังจากล้างสะอาดแล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชูเนื้อนุ่มซับน้ำให้แห้งสนิทก่อนเก็บลงในกล่องใส่รีเทนเนอร์ที่มีรูระบายอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความอับชื้นซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา
==================================================
วิธีกำจัดคราบขาวและหินปูนฝังแน่นบนรีเทนเนอร์อย่างปลอดภัย คืนความสะอาดสดใส
==================================================
หากรีเทนเนอร์เริ่มมีคราบขาวแข็งหรือหินปูนเกาะแน่นจนการแปรงปกติเอาไม่ออก สามารถใช้วิธีการทำความสะอาดแบบล้ำลึกที่ปลอดภัยได้ดังนี้:
การใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาดรีเทนเนอร์โดยเฉพาะ
การแช่รีเทนเนอร์ด้วยเม็ดฟู่สำหรับรีเทนเนอร์ (Retainer Cleanser Tablet) สัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง เป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
- เตรียมน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องในแก้วในปริมาณที่ท่วมชิ้นงานรีเทนเนอร์
- ใส่เม็ดฟู่ลงไปในน้ำ รอให้เม็ดฟู่เริ่มละลายและเกิดฟองออกซิเจน
- นำรีเทนเนอร์ลงไปแช่เป็นเวลา 10 ถึง 15 นาที (ตามคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์)
- สารออกฤทธิ์และฟองออกซิเจนจะช่วยแทรกซึมสลายคราบพลัค กำจัดแบคทีเรียและเชื้อราได้ถึง 99.9%
- นำขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาดและใช้แปรงขนนุ่มลูบเบาๆ คราบที่อ่อนตัวจะหลุดออกอย่างง่ายดาย
การใช้น้ำส้มสายชูกลั่นขาวเจือจาง (วิธีธรรมชาติ)
สำหรับคราบหินปูนที่เริ่มแข็งตัว กรดอะซิติกอ่อนๆ ในน้ำส้มสายชูกลั่นขาวสามารถช่วยสลายผลึกแคลเซียมได้:
- ผสมน้ำส้มสายชูกลั่นขาวกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 1
- นำรีเทนเนอร์ลงไปแช่ประมาณ 15 ถึง 20 นาที (ไม่ควรแช่นานเกินไป)
- กรดอ่อนๆ จะช่วยทำปฏิกิริยากับคราบหินปูนให้อ่อนนุ่มลง
- นำแปรงสีฟันขนนุ่มมาแปรงคราบหินปูนออกอย่างเบามือ
- ล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และแปรงด้วยน้ำสบู่อ่อนซ้ำอีกรอบเพื่อกำจัดกลิ่นน้ำส้มสายชู
การนำมาให้ทันตแพทย์ทำความสะอาดในคลินิก
หากคราบหินปูนเกาะหนาแน่นจนไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยวิธีข้างต้น ไม่ควรพยายามขูดออกเองอย่างรุนแรง ให้นำรีเทนเนอร์มาพบทันตแพทย์ในวันตรวจฟันประจำปี ทันตแพทย์สามารถนำรีเทนเนอร์ไปทำความสะอาดด้วย เครื่องล้างคลื่นความถี่สูง (Ultrasonic Cleaner) ร่วมกับน้ำยาขจัดคราบเฉพาะทาง ซึ่งจะช่วยสลายคราบหินปูนออกจนหมดจดโดยไม่ทำให้ชิ้นงานเสียหาย
==================================================
ตารางสรุปสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการดูแลและทำความสะอาดรีเทนเนอร์
==================================================
- สิ่งที่ควรปฏิบัติ (Do):
- ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็น ล้างทำความสะอาด
- ใช้น้ำสบู่อ่อนหรือน้ำยาล้างจานเจือจาง ขจัดคราบมัน
- ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มพิเศษ แปรงอย่างอ่อนโยน
- แช่เม็ดฟู่เฉพาะทาง สัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้งเพื่อฆ่าเชื้อ
- ซับให้แห้งและเก็บใส่กล่อง ที่มีรูระบายอากาศเสมอ
- สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด (Don't):
- ห้ามใช้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจัด ลวกหรือแช่เด็ดขาด
- ห้ามใช้ยาสีฟันที่มีผงขัดหยาบ แปรงถูชิ้นงาน
- ห้ามใช้ของมีคมหรือเข็ม ขูดคราบหินปูนออกเอง
- ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาวหรือแอลกอฮอล์ ทำความสะอาด
- ห้ามห่อกระดาษทิชชู เพราะเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกทับ
==================================================
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการทำความสะอาดรีเทนเนอร์และสุขอนามัยช่องปาก
==================================================
สามารถใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาดฟันปลอม แช่รีเทนเนอร์ได้หรือไม่?
สามารถใช้ได้ในกรณีจำเป็น แต่ควรเลือกรุ่นที่ไม่มีสารฟอกขาวเข้มข้น อย่างไรก็ตาม เม็ดฟู่สำหรับรีเทนเนอร์โดยเฉพาะจะมีความอ่อนโยนต่อเนื้อพลาสติกใสและโครงลวดมากกว่าเม็ดฟู่ฟันปลอม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่โลหะจะหมองคล้ำหรือพลาสติกใสจะเสื่อมสภาพ
หากลืมแช่เม็ดฟู่ทิ้งไว้ข้ามคืน รีเทนเนอร์จะพังไหม?
ไม่ควรแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน การแช่นานเกินระยะเวลาที่ระบุ (เกิน 15 ถึง 30 นาที) สารเคมีในเม็ดฟู่อาจเริ่มกัดกร่อนเนื้ออะคริลิก ทำให้โครงสร้างเปราะ และทำให้ชิ้นส่วนโลหะของรีเทนเนอร์แบบลวดเกิดการผุกร่อนได้ หากเผลอลืม ให้รีบนำขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันที
รีเทนเนอร์มีกลิ่นเหม็นมาก แช่น้ำยาบ้วนปากดีไหม?
ไม่แนะนำให้แช่ในน้ำยาบ้วนปาก โดยเฉพาะน้ำยาบ้วนปากที่มีสีเข้มหรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้พลาสติกแห้งกรอบและแตกร้าวได้ง่าย อีกทั้งเม็ดสีในน้ำยาบ้วนปากจะซึมเข้าไปในเนื้อพลาสติกทำให้รีเทนเนอร์เปลี่ยนสี การกำจัดกลิ่นที่ถูกต้องควรใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาดโดยเฉพาะ
==================================================
ตรวจเช็กสภาพรีเทนเนอร์และสุขภาพฟันหลังจัดฟันที่เพ็ชราคลินิก
==================================================
การดูแลรีเทนเนอร์ให้สะอาดและมีสภาพสมบูรณ์ เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษารอยยิ้มสวยหลังจัดฟันให้คงอยู่ตลอดไป หากรีเทนเนอร์เริ่มชำรุด บิดเบี้ยว มีคราบสะสมหนาแน่น หรือใส่แล้วรู้สึกแน่นเจ็บผิดปกติ สามารถนำเครื่องมือเข้ามาให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินได้ที่ เพ็ชราคลินิก (Petchara Dental Clinic)
- บริการตรวจเช็กความกระชับและการสบฟันของรีเทนเนอร์โดยทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน
- บริการทำความสะอาดรีเทนเนอร์ด้วยเครื่องล้างคลื่นความถี่สูงระดับมาตรฐาน
- รับทำรีเทนเนอร์ใหม่ทุกรูปแบบ ทั้งแบบลวด แบบใส ไร้เหงือก และ Vivera
- วางแผนดูแลสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำเพื่อรอยยิ้มที่สดใสแข็งแรง
ติดต่อสอบถามและนัดหมายเพื่อตรวจเช็กรีเทนเนอร์ได้ที่:
📞 โทรศัพท์: 094-7419369
💭 Line Official: @Petchara (คลิก:
https://line.me/ti/p/@Petchara)
📍 แผนที่คลินิก:
https://maps.app.goo.gl/4hJvJWAh4pNRvFxH7
?? เว็บไซต์:
https://www.petcharadentalclinic.com/
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 094-741-9369
เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-19.00 น.
พิกัด: https://goo.gl/maps/qUCfWj9PNAhcPuyr8


