อายุเท่าไหร่ถึงทำ "รากฟันเทียม" ได้? วัยรุ่นฟันหักจากอุบัติเหตุ ต้องรออายุครบเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย

Petcharadentalclinic • July 22, 2026

อายุเท่าไหร่ถึงทำ "รากฟันเทียม" ได้? วัยรุ่นฟันหักจากอุบัติเหตุ ต้องรออายุครบเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย

อายุเท่าไหร่ถึงทำ

อุบัติเหตุฟันแท้หักหรือหลุดจากการเล่นกีฬา การหกล้ม หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันในวัยรุ่น เป็นสิ่งที่สร้างความตกใจและกังวลใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ "ฟันหน้า" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และการใช้ชีวิตในสังคมของวัยรุ่น 

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คำถามแรกที่ผู้ปกครองและตัวผู้ป่วยมักจะถามทันตแพทย์คือ "สามารถฝังรากฟันเทียมเพื่อทดแทนฟันซี่เดิมได้ทันทีเลยหรือไม่?"


แม้รากฟันเทียม (Dental Implant) จะได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุดในการทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป แต่ในทางการแพทย์ "อายุ" และ "การเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร" คือเงื่อนไขทางสรีรวิทยาที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด การรีบร้อนฝังรากฟันเทียมเร็วเกินไปอาจนำมาซึ่งปัญหาโครงสร้างใบหน้าและการสบฟันที่รุนแรงในอนาคต 


บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงเหตุผลทางการแพทย์ว่าช่วงวัยใดจึงจะปลอดภัยที่สุด และระหว่างที่รอเวลา มีทางเลือกทางการแพทย์ใดบ้างที่ช่วยเรียกคืนรอยยิ้มและความมั่นใจกลับมาได้ดังเดิม



ทำไมถึงยังฝัง "รากฟันเทียม" ให้เด็กหรือวัยรุ่นทันทีไม่ได้?

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการคิดว่ารากฟันเทียมสามารถปรับตัวเข้ากับร่างกายที่กำลังเจริญเติบโตได้เหมือนฟันธรรมชาติ แต่ความจริงทางการแพทย์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ต้องมองลึกลงไปถึงกลไกการยึดติดของรากฟันเทียม


1. รากฟันเทียมไม่มีเอ็นยึดปริทันต์ (Periodontal Ligament) ฟันธรรมชาติของมนุษย์จะมีเส้นใยที่เรียกว่า "เอ็นยึดปริทันต์" ทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับและเชื่อมต่อระหว่างรากฟันกับกระดูกเบ้าฟัน เอ็นยึดปริทันต์นี้มีความยืดหยุ่นและยอมให้ฟันสามารถเคลื่อนที่หรือปรับตำแหน่งตามการเจริญเติบโตและการขยายตัวของขากรรไกรได้ 

แต่รากฟันเทียมซึ่งทำจากไทเทเนียม จะเกิดกระบวนการยึดติดแน่นกับกระดูกขากรรไกรโดยตรง (Osseointegration) เหมือนการฝังเสาเข็มลงในปูนซีเมนต์ รากฟันเทียมจึงอยู่นิ่งสนิทและไม่สามารถเคลื่อนที่ตามกระดูกที่กำลังเติบโตได้


2. ภาวะฟันจม (Infraocclusion) และปัญหาโครงสร้างใบหน้า หากทำการฝังรากฟันเทียมในช่วงที่ขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ เมื่อเวลาผ่านไป กระดูกขากรรไกรและฟันธรรมชาติซี่อื่นๆ จะเคลื่อนตัวต่ำลง (ในกรณีฟันบน) หรือสูงขึ้น (ในกรณีฟันล่าง) ตามการเจริญเติบโต 

ในขณะที่รากฟันเทียมจะถูกล็อกติดอยู่ที่ตำแหน่งเดิม ผลที่ตามมาคือ "ภาวะฟันจม" รากฟันเทียมจะดูสั้นกว่าฟันซี่ข้างเคียงอย่างเห็นได้ชัด ระดับขอบเหงือกจะไม่เท่ากัน เกิดปัญหาความสวยงามขั้นรุนแรง และอาจส่งผลให้การสบฟันผิดเพี้ยนจนไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ ซึ่งการแก้ไขในภายหลังนั้นมีความซับซ้อน เจ็บปวด และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก



อายุเท่าไหร่ กระดูกขากรรไกรถึงจะเจริญเติบโตเต็มที่?

การตัดสินใจว่าผู้ป่วยพร้อมสำหรับการฝังรากฟันเทียมหรือไม่ ไม่สามารถประเมินได้จากตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียว เนื่องจากพัฒนาการทางร่างกายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ทันตแพทย์มีเกณฑ์การประเมินเบื้องต้นดังนี้:

  • เพศหญิง: โดยทั่วไปกระดูกขากรรไกรจะหยุดการเจริญเติบโตเร็วกว่าเพศชาย ช่วงอายุที่เริ่มมีความปลอดภัยในการทำรากฟันเทียมคือประมาณ 18 - 19 ปี
  • เพศชาย: กระดูกขากรรไกรจะมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานานกว่า ช่วงอายุที่เหมาะสมและปลอดภัยมักจะอยู่ที่ 20 - 21 ปี

การประเมินทางการแพทย์ที่แม่นยำที่สุด: เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะไม่คาดเดาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้เครื่องมือทางการแพทย์เข้าช่วยประเมิน เช่น การถ่ายภาพรังสีส่วนศีรษะด้านข้าง (Cephalometric X-ray) อย่างน้อย 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 6-12 เดือน หากภาพถ่ายรังสีแสดงให้เห็นว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกและส่วนสูง ทันตแพทย์จึงจะยืนยันได้ว่ากระดูกขากรรไกรหยุดการเจริญเติบโตแล้ว และพร้อมสำหรับการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม



ฟันหักตอนนี้ แต่อายุยังไม่ถึง มีทางออกชั่วคราวอย่างไรบ้าง?

การต้องสูญเสียฟันหน้าในช่วงวัยรุ่นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจ แต่การรอคอยจนกว่าอายุจะถึงเกณฑ์ไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นจะต้องทนอยู่ในสภาพฟันหลอ ทันตกรรมยุคปัจจุบันมีทางเลือกในการใส่ "ฟันปลอมชั่วคราว" ที่มีความสวยงามและแนบเนียน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิต ไปโรงเรียน และเข้าสังคมได้อย่างมั่นใจไร้กังวล


1. ฟันปลอมถอดได้ฐานพลาสติก (Flipper / Removable Partial Denture) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับวัยรุ่น เนื่องจากมีราคาไม่สูงและสามารถปรับเปลี่ยนหรือกรอแต่งได้ง่ายเมื่อกระดูกขากรรไกรมีการเปลี่ยนแปลง ฟันปลอมชนิดนี้จะมีฐานพลาสติกสีชมพูคล้ายเหงือกและมีซี่ฟันพลาสติกยึดติดอยู่ แม้จะต้องถอดออกมาทำความสะอาด แต่ก็ให้ความสวยงามที่ดูเป็นธรรมชาติในระดับที่น่าพอใจ


2. รีเทนเนอร์แบบใสเติมซี่ฟัน (Essix Retainer with Pontic) เป็นเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายเครื่องมือจัดฟันแบบใส (Clear Aligner) แต่จะมีการเติมวัสดุสีเหมือนฟันลงไปในช่องว่างที่ฟันหายไป ข้อดีคือมีความแนบเนียนสูงมาก ไม่มีตะขอโลหะให้เห็น สวมใส่สบาย กระชับ และสามารถถอดออกได้เวลาทานอาหารหรือทำความสะอาด เป็นตัวเลือกที่วัยรุ่นชื่นชอบเพราะดูไม่เหมือนการใส่ฟันปลอม


3. สะพานฟันแบบมีปีกยึดเกาะ (Maryland Bridge) เป็นฟันปลอมแบบติดแน่นชั่วคราวที่ใช้ปีกโลหะหรือเซรามิกยึดติดกับด้านหลังของฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียง ข้อดีคือผู้ป่วยไม่ต้องคอยถอดเข้าออกและให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันจริงมากที่สุด แต่ข้อจำกัดคือฟันธรรมชาติด้านข้างต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ และอาจมีข้อจำกัดหากผู้ป่วยมีลักษณะการสบฟันที่ลึกเกินไป



การรักษาสภาพกระดูกเบ้าฟัน (Bone Preservation) สิ่งสำคัญที่ห้ามละเลย

สิ่งหนึ่งที่ผู้ปกครองต้องตระหนักคือ เมื่อสูญเสียฟันธรรมชาติไป กระดูกเบ้าฟันบริเวณนั้นจะค่อยๆ ละลายตัวและยุบตัวลงตามธรรมชาติ หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายปีเพื่อรอให้อายุถึงเกณฑ์ทำรากฟันเทียม กระดูกอาจยุบตัวจนบางและเตี้ยเกินกว่าจะฝังรากฟันเทียมได้

ดังนั้น หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ทันตแพทย์อาจพิจารณาทำการ ปลูกกระดูก (Bone Grafting) ทันทีที่ถอนฟันซี่ที่หักออก เพื่อรักษามิติความกว้างและความสูงของกระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นไว้ให้อุดมสมบูรณ์ที่สุด เตรียมความพร้อมให้พื้นที่นี้พร้อมสำหรับการฝังรากฟันเทียมอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต


ดูแลทุกรอยยิ้มอย่างแม่นยำ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี ที่เพ็ชราคลินิก

การสูญเสียฟันในวัยรุ่นเป็นเคสที่ต้องอาศัยการวางแผนการรักษาระยะยาวอย่างรัดกุม ตั้งแต่การรักษาสภาพจิตใจ การจัดการพื้นที่ช่องปาก การรักษาสภาพกระดูกเบ้าฟัน ไปจนถึงการเลือกจังหวะเวลาผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด

ที่ เพ็ชราคลินิก ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน การรักษาทุกขั้นตอนประเมินและดูแลโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล ผสานกับประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปากที่ได้รับการยอมรับมายาวนานกว่า 50 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม รากฟันเทียมซี่นี้จะถูกฝังอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ แข็งแรง สวยงาม และพร้อมอยู่คู่กับรอยยิ้มของผู้ป่วยไปตลอดชีวิต


"Redesign Your Smile By Specialists"


ปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาระยะยาวกับ
ทีมแพทย์เฉพาะทาง

เพ็ชราคลินิกพร้อมให้คำปรึกษา ประเมินสภาพกระดูกขากรรไกร และวางแผนการรักษาฟันที่สูญเสียไปจากอุบัติเหตุอย่างถูกวิธี และเมื่อโครงสร้างกระดูกขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่ เรามีแพ็กเกจรากฟันเทียมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ได้มาตรฐานสากลให้เลือกตามความเหมาะสม:

  • Osstem (เกาหลี): 39,000 บาท
  • Astra Tech (สวีเดน): 75,000 บาท
  • Straumann (สวิตเซอร์แลนด์): 85,000 บาท

(อัตราค่าบริการทันตกรรมอื่นๆ อาทิ ฟอกสีฟัน จัดฟัน ครอบฟัน อุดฟัน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้)


จองคิวหรือปรึกษาเบื้องต้น (ไม่มีค่าใช้จ่าย):

  • LINE: @Petchara
  • โทร: 094-741-9369
  • เวลาทำการ: จันทร์-เสาร์ 09.00-19.00 น.
  • พิกัดคลินิก: ซอยเลิศปัญญา ถนนราชวิถี (ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีที่จอดรถรองรับ)


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 โทร. 094-741-9369


 เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-19.00 น.
พิกัด: 
https://goo.gl/maps/qUCfWj9PNAhcPuyr8

ปรึกษาทันตแพทย์

บทความอื่นๆ

Slug: effect-of-smoking-on-dental-implant-failure
By Petcharadentalclinic July 21, 2026
เชื่อไหมว่า "บุหรี่" คือศัตรูอันดับหนึ่งของรากฟันเทียม? การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียอย่างไรต่อความสำเร็จในการรักษา โดยทันตแพทย์เฉพาะทางจากเพ็ชราคลินิก
can-use-electric-toothbrush-water-flosser-with-dental-implants
By Petcharadntalclinic July 20, 2026
รากฟันเทียมดูแลอย่างไรให้ใช้งานได้ตลอดชีวิต? ไขข้อข้องใจเรื่องการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าและไหมขัดฟันพลังน้ำ โดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง เพ็ชราคลินิก ปรึกษาเราได้ที่นี่
immediate-dental-implant-after-accident
By Petcharadentalclinic July 17, 2026
ฟันหักจากอุบัติเหตุสร้างความกังวลใจ? พบคำตอบว่าการทำรากฟันเทียมทันที เหมาะกับคุณหรือไม่ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่เพ็ชราคลินิก ปรึกษาเราวันนี้