รักษารากฟันเจ็บไหม? เผยทุกขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียดที่คุณไม่ต้องกลัว

Petcharadentalclinic • May 1, 2026

รักษารากฟันเจ็บไหม? เผยทุกขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียดที่คุณไม่ต้องกลัว

รักษารากฟันเจ็บไหม

หนึ่งในคำถามที่สร้างความกังวลใจให้คนไข้มากที่สุดเมื่อทันตแพทย์แนะนำให้ “รักษารากฟัน” คือ “จะเจ็บไหม?” ซึ่งความกลัวนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนเลือกปล่อยอาการปวดทิ้งไว้จนลุกลามหนักขึ้น


Petcharadentalclinic ขอนำเสนอข้อมูลเพื่อคลายความกังวล พร้อมเผยขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าการรักษารากฟันในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด


รักษารากฟันเจ็บไหม? ความจริงที่คุณควรรู้


คำตอบคือ “ไม่เจ็บอย่างที่คิด” ด้วยเทคโนโลยีทางทันตกรรมในปัจจุบัน ร่วมกับการใช้ยาชาที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายตลอดการรักษา ความรู้สึกระหว่างทำจะคล้ายกับการอุดฟันทั่วไปที่มีความรู้สึกตึงหรือมีแรงกดบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


ที่สำคัญ ความเจ็บปวดจากการติดเชื้อที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ รุนแรงกว่าขั้นตอนการรักษาหลายเท่าตัว การรักษารากฟันจึงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วย “หยุด” ต้นเหตุของความเจ็บปวดเหล่านั้นได้อย่างถาวร


เผย 5 ขั้นตอนการรักษารากฟันอย่างละเอียด

โดยทั่วไปการรักษารากฟันจะใช้เวลาประมาณ 1-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของรากฟันและปริมาณการติดเชื้อ โดยมีขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:


1. การตรวจวินิจฉัยและเอกซเรย์ (Diagnosis & X-ray)

ทันตแพทย์จะทำการตรวจช่องปากและเอกซเรย์ฟัน เพื่อดูรูปร่างของรากฟันและขอบเขตของการติดเชื้อที่ปลายราก เพื่อวางแผนการรักษาให้แม่นยำ


การตรวจช่องปากทางคลินิก (Clinical Examination)

ทันตแพทย์จะทำการทดสอบฟันซี่ที่มีปัญหาด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อประเมินระดับความเสียหายของเส้นประสาท:

  • การเคาะและการกด (Percussion & Palpation): เพื่อเช็กว่ามีการอักเสบลามออกไปที่เนื้อเยื่อรอบรากฟันหรือกระดูกเบ้าฟันแล้วหรือยัง
  • การทดสอบความเย็น (Cold Test): เพื่อประเมินว่า "เนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน" ยังมีชีวิตอยู่ หรือตายไปแล้ว (Non-vital)
  • การตรวจเนื้อเยื่อเหงือก: ดูการบวม สีของเหงือก หรือการมีตุ่มหนองไหลออกมา เพื่อระบุตำแหน่งของรอยโรค


การเอกซเรย์ฟัน (Radiographic Examination)

เนื่องจากรากฟันอยู่ใต้เหงือกและกระดูก การมองเห็นภาพจากฟิล์มเอกซเรย์จึงเป็นหัวใจสำคัญ:

  • การดูรูปร่างรากฟัน: รากฟันของแต่ละคนมีความโค้งงอหรือจำนวนรากที่ไม่เท่ากัน การเอกซเรย์จะช่วยให้ทันตแพทย์เห็นโครงสร้างภายในก่อนเริ่มลงมือรักษา
  • การประเมินรอยโรคที่ปลายราก: ภาพเอกซเรย์จะแสดงให้เห็นขอบเขตของกระดูกที่ถูกทำลายจากการติดเชื้อ (เห็นเป็นเงาดำที่ปลายราก) ซึ่งช่วยในการประเมินความยากง่ายของการรักษา
  • เทคโนโลยีเอกซเรย์ดิจิทัล: ที่ Petcharadentalclinic ใช้ระบบดิจิทัลที่ให้ความละเอียดสูง ช่วยให้เห็นคลองรากฟันที่ตีบแคบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น


การวางแผนการรักษา (Treatment Planning)

เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วน ทันตแพทย์จะทำการประเมินและแจ้งรายละเอียดดังนี้:

  1. ความเป็นไปได้ในการรักษา: หากเนื้อฟันเหลือน้อยเกินไปหรือรากฟันแตกหักในแนวดิ่ง อาจไม่สามารถรักษารากฟันได้และต้องพิจารณาการถอนฟันเพื่อใส่รากฟันเทียมแทน
  2. จำนวนครั้งในการนัดหมาย: ประเมินจากความรุนแรงของการติดเชื้อ หากมีหนองมากอาจต้องมีการใส่ยาฆ่าเชื้อหลายครั้ง
  3. การบูรณะหลังการรักษา: วางแผนร่วมกับการทำครอบฟันหรือเดือยฟัน เพื่อให้ฟันซี่นั้นกลับมาแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานที่สุด



2. การระงับความรู้สึกและกั้นน้ำลาย (Anesthesia & Isolation)

การระงับความรู้สึกด้วยยาชา (Local Anesthesia)

เป้าหมายหลักคือการทำให้คนไข้ "ไม่รู้สึกเจ็บ" ตลอดระยะเวลาที่นอนบนเก้าอี้ทำฟัน

  • การใช้ยาชาชนิดเจ็บน้อย: ก่อนการฉีดยาชา ทันตแพทย์มักจะทายาชาชนิดเจ็บ (Topical Anesthetic) บริเวณเหงือกเพื่อช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกถึงปลายเข็มขณะฉีด
  • การระงับความรู้สึกเฉพาะจุด: ยาชาจะออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณฟันซี่ที่จะรักษาและเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้คนไข้รู้สึกเพียงแรงกดหรือความสั่นสะเทือนจากเครื่องมือ แต่จะไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ
  • ช่วยให้คนไข้ผ่อนคลาย: เมื่อความเจ็บปวดถูกระงับ คนไข้จะลดความวิตกกังวล ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถทำงานได้ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

การใส่แผ่นยางกั้นน้ำลาย (Rubber Dam Isolation)


นี่คือมาตรฐานการรักษาในระดับสากล (Standard of Care) สำหรับการรักษารากฟัน โดยแผ่นยางนี้มีหน้าที่สำคัญ 3 ประการ:

  1. การควบคุมการติดเชื้อ (Infection Control): ในน้ำลายของมนุษย์มีเชื้อแบคทีเรียนับล้านตัว หากน้ำลายไหลเข้าไปปนเปื้อนในโพรงประสาทฟันขณะรักษา จะทำให้การฆ่าเชื้อไม่สมบูรณ์และอาจเกิดการติดเชื้อซ้ำในอนาคต แผ่นยางกั้นน้ำลายจะช่วยแยกฟันซี่นั้นให้แห้งและสะอาดที่สุด (Dry Field)
  2. ความปลอดภัยของคนไข้ (Patient Safety): เครื่องมือที่ใช้ขยายคลองรากฟันมีขนาดเล็กและแหลมคม รวมถึงมีน้ำยาล้างฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์กัดกร่อน แผ่นยางกั้นน้ำลายจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เครื่องมือขนาดเล็กหล่นลงในคอ หรือน้ำยาล้างกระเด็นโดนเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากและลำคอ
  3. ทัศนวิสัยในการรักษา (Improved Visibility): แผ่นยางจะช่วยกันลิ้นและกระพุ้งแก้มไม่ให้มาบดบังบริเวณที่ทำฟัน ทำให้ทันตแพทย์มองเห็นคลองรากฟันที่ซับซ้อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่งผลให้การรักษาดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ



3. การเปิดช่องเข้าสู่โพรงประสาทฟัน (Access Opening)

ทันตแพทย์จะกรอเปิดช่องบริเวณตัวฟันเพื่อเข้าไปยังโพรงประสาทฟัน จากนั้นจะใช้เครื่องมือขนาดเล็กนำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ เส้นประสาทที่ตายแล้ว และหนองออกจนหมด



4. การทำความสะอาดและขยายคลองรากฟัน (Cleaning & Shaping)

ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือขยายคลองรากฟันให้สะอาด พร้อมฉีดน้ำยาล้างฆ่าเชื้อเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีแบคทีเรียหลงเหลืออยู่

  • ในกรณีที่มีการติดเชื้อรุนแรง ทันตแพทย์จะใส่ยาฆ่าเชื้อไว้ในรากฟันและปิดด้วยวัสดุอุดชั่วคราวก่อน แล้วจึงนัดมาดูอาการอีกครั้ง



5. การอุดปิดคลองรากฟัน (Root Canal Filling)

เมื่อคลองรากฟันสะอาดและไม่มีอาการปวด ทันตแพทย์จะทำการอุดปิดคลองรากฟันด้วยวัสดุพิเศษ (Gutta-percha) เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคกลับเข้าไปสะสมได้อีก



สิ่งที่ต้องทำหลังรักษารากฟันเสร็จสิ้น

เมื่อกระบวนการกำจัดเชื้อโรคและอุดปิดคลองรากฟันเสร็จสมบูรณ์ ทันตแพทย์จะแนะนำขั้นตอนการบูรณะฟันเพื่อให้ฟันซี่นั้นกลับมาใช้งานได้ดังเดิม:

  1. การสังเกตอาการ: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังอุดรากฟัน อาจมีความรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยเมื่อกัดโดน ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้จากการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบปลายรากฟัน
  2. การใส่เดือยฟัน (Dental Post): ในกรณีที่เนื้อฟันเดิมเหลือน้อย ทันตแพทย์จะใส่เดือยฟันลงไปในคลองรากฟันเพื่อเป็นแกนกลางในการยึดต่อกับวัสดุบูรณะหรือครอบฟัน
  3. การทำครอบฟัน (Dental Crown): เป็นการสร้างวัสดุคลุมตัวฟันทั้งหมดเพื่อกระจายแรงบดเคี้ยว และป้องกันไม่ให้ตัวฟันที่เปราะบางแตกออกจากกัน


การไม่ทำครอบฟันหลังรักษารากฟัน: ข้อดีและข้อเสีย

ในคนไข้บางรายอาจพิจารณาไม่ทำครอบฟันด้วยเหตุผลด้านงบประมาณหรือเวลา ซึ่งมีสิ่งที่ต้องพิจารณาดังนี้:


ข้อดีของการไม่ทำครอบฟัน

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะสั้น: ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของวัสดุครอบฟันและค่าแล็บ
  • ประหยัดเวลา: ไม่ต้องนัดหมายหลายครั้งเพื่อกรอฟัน พิมพ์ปาก และใส่ครอบฟัน
  • รักษาเนื้อฟันที่เหลืออยู่: ไม่ต้องกรอแต่งเนื้อฟันเพิ่มเพื่อรองรับตัวครอบ (ในกรณีที่ฟันยังมีเนื้อฟันเหลืออยู่มากพอสมควร)


ข้อเสียและอันตรายของการไม่ทำครอบฟัน

  • ความเสี่ยงต่อฟันแตกสูงมาก (High Risk of Fracture): แรงบดเคี้ยวจากการทานอาหารปกติอาจทำให้ฟันที่เปราะบางแตกหักได้ง่าย หากแตกยาวลงไปถึงรากฟันจะทำให้ไม่สามารถรักษาได้และต้อง ถอนฟัน ทิ้งในที่สุด
  • การรั่วซึมของเชื้อโรค: วัสดุอุดฟันธรรมดามีโอกาสสึกหรอหรือเกิดช่องว่างตามขอบได้ง่ายกว่าครอบฟัน หากมีเชื้อโรคเล็ดลอดเข้าไปจะเกิดการติดเชื้อซ้ำที่ปลายรากฟัน
  • การสูญเสียฟันในระยะยาว: สถิติระบุว่าฟันที่รักษารากแต่ไม่ทำครอบฟัน มีโอกาสสูญเสียฟันสูงกว่าฟันที่ทำครอบฟันอย่างมาก
  • ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวลดลง: คนไข้มักจะไม่กล้าเคี้ยวอาหารด้วยฟันซี่นั้น ทำให้การบดเคี้ยวไม่สมดุล



การดูแลตัวเองหลังการรักษา

  1. งดเคี้ยวอาหาร: ในช่วง 1-2 ชั่วโมงแรกหลังทำจนกว่ายาชาจะหมดฤทธิ์ เพื่อป้องกันการเผลอกัดริมฝีปากหรือกระพุ้งแก้ม
  2. อาการปวดหลังทำ: อาจมีอาการตึงหรือเจ็บเล็กน้อยใน 2-3 วันแรก สามารถทานยาแก้ปวดตามคำแนะนำของทันตแพทย์
  3. รักษาความสะอาด: แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณฟันที่ยังรักษาไม่เสร็จสมบูรณ์

การรักษารากฟันคือการรักษาเพื่อ “เก็บฟันแท้ไว้” หากเริ่มมีสัญญาณเตือน ไม่ควรปล่อยให้ความกลัวมาเป็นอุปสรรคต่อสุขภาพช่องปากที่ดี


มั่นใจทุกขั้นตอนที่ Petcharadentalclinic

ดูแลโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้ประสบการณ์การรักษารากฟันเป็นเรื่องง่ายและไร้ความกังวล ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาได้ทันที


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 โทร. 094-741-9369


 เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-19.00 น.
พิกัด: 
https://goo.gl/maps/qUCfWj9PNAhcPuyr8

ปรึกษาทันตแพทย์

บทความอื่นๆ

รักษารากฟันคืออะไร? 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณต้องรักษารากฟันด่วน
By Petcharadentalclinic April 29, 2026
อาการปวดฟันจนทำให้นอนไม่หลับ หรือปวดตุบๆ ตลอดเวลา นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า "โพรงประสาทฟัน"กำลังมีปัญหา และทางเลือกเดียวที่จะรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้ก็คือ การรักษารากฟัน
10 เรื่องน่ารู้ก่อนและหลังรักษารากฟัน
By Petcharadentalclinic April 8, 2026
การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) เป็นเรื่องที่หลายคนกังวล แต่ถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนกและเตรียมตัวได้ดีขึ้น นี่คือ 10 สิ่งที่ต้องรู้
how-to-choose-a-veneer-clinic
By Petcharadentalclinic October 27, 2025
ทำวีเนียร์ที่ไหนดี? การเลือกคลินิกจะส่งผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้โดยตรง บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกคลินิกทำวีเนียร์ เพื่อให้คุณได้รอยยิ้มใหม่และมั่นใจในระยะยาว