ฟอกสีฟัน เจ็บไหม เตรียมตัวอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Petcharadentalclinic • August 29, 2025

ฟอกสีฟัน: เจ็บไหม? เตรียมตัวอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ฟอกสีฟัน: เจ็บไหม? เตรียมตัวอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การมีรอยยิ้มที่สดใสและฟันขาวสะอาดเป็นสิ่งที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน การฟอกสีฟันจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการเปลี่ยนสีฟันให้ขาวขึ้นอย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน แต่คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “ฟอกสีฟันเจ็บไหม?” บทความนี้จะให้คำตอบอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมตัวและดูแลตัวเอง เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและปลอดภัย


ฟันไม่ขาวเหมือนเดิม...เกิดจากอะไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมฟันที่เคยขาวสะอาดถึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือคล้ำขึ้นได้ สาเหตุหลักๆ เกิดจากการสะสมของคราบสีจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ซึ่งแต่ละอย่างล้วนส่งผลต่อความขาวของฟันคุณโดยตรง


1. ปัจจัยจากภายนอก: คราบที่เกาะบนผิวฟัน

ปัจจัยเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดคราบสีสะสมบนชั้นเคลือบฟัน:

  • อาหารและเครื่องดื่ม: เครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง และน้ำอัดลม รวมถึงอาหารที่มีเครื่องเทศและซอสเข้มข้นอย่างแกงกะหรี่หรือซอสมะเขือเทศ ล้วนมีสารที่เรียกว่า "โครโมเจน" (Chromogens) ซึ่งสามารถเกาะติดกับผิวฟันและทำให้เกิดคราบสีได้
  • การสูบบุหรี่: สาร นิโคตินและทาร์ ในบุหรี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคราบสีน้ำตาลและเหลืองฝังแน่นบนผิวฟันอย่างรวดเร็วและลึกกว่าปกติ
  • สุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี: การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันไม่สม่ำเสมอทำให้คราบแบคทีเรียหรือคราบพลัคสะสม ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดคราบสีและหินปูนได้ง่าย


2. ปัจจัยจากภายใน: การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างฟัน

สาเหตุเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากคราบภายนอก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัวฟันเอง:

  • อายุที่เพิ่มขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นเคลือบฟัน (Enamel) ซึ่งเป็นส่วนที่ขาวและแข็งที่สุดของฟันจะค่อยๆ สึกกร่อนและบางลง ทำให้เห็นชั้นเนื้อฟัน (Dentin) ที่อยู่ด้านในได้ชัดเจนขึ้น ชั้นเนื้อฟันมีสีเหลืองโดยธรรมชาติ จึงทำให้ฟันดูเหลืองลงตามวัย
  • ยาบางชนิด: ยาปฏิชีวนะกลุ่ม เตตราไซคลีน (Tetracycline) และ ดอกซีไซคลีน (Doxycycline) ที่ใช้ในวัยเด็กหรือสตรีมีครรภ์อาจส่งผลต่อการสร้างฟัน ทำให้ฟันมีสีเทาหรือน้ำตาลเข้มถาวร
  • อุบัติเหตุหรือฟันที่ตายแล้ว: ฟันที่เคยได้รับอุบัติเหตุหรือได้รับการรักษารากฟันอาจมีสีคล้ำลง เนื่องจากเลือดและเนื้อเยื่อที่ตายแล้วซึมเข้าไปในท่อเนื้อฟัน
  • พันธุกรรม: สีฟันของแต่ละคนถูกกำหนดโดยพันธุกรรม บางคนอาจมีชั้นเคลือบฟันที่บางโดยธรรมชาติ ทำให้มีสีฟันที่ไม่ได้ขาวมากตั้งแต่แรก
  • ฟันที่สึกกร่อน: การบดเคี้ยวอาหารที่แข็งหรือพฤติกรรมนอนกัดฟัน ทำให้ชั้นเคลือบฟันสึกกร่อน เผยให้เห็นเนื้อฟันสีเหลืองด้านใน


การฟอกสีฟันเป็นการช่วยขจัดคราบสีที่สะสมในฟัน ทำให้ฟันกลับมาขาวขึ้นได้ แต่การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอและการปรับพฤติกรรมบางอย่างจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานที่สุด



ฟอกสีฟัน เจ็บไหม? มาทำความเข้าใจกันให้ชัด

คำถามที่หลายคนกังวลก่อนตัดสินใจฟอกสีฟันคือ "เจ็บไหม?" คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้ว การฟอกสีฟันไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง อย่างที่หลายคนกังวล แต่สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้คือ อาการเสียวฟัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและสามารถจัดการได้


สาเหตุของอาการเสียวฟันหลังฟอกสีฟัน

อาการเสียวฟันนี้เกิดจากกลไกการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟันที่เรียกว่าไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) หรือคาร์บาไมด์เพอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้:

  • น้ำยาซึมเข้าสู่เนื้อฟัน: น้ำยาจะซึมผ่านชั้นเคลือบฟันซึ่งเป็นรูพรุนเล็กๆ เข้าไปถึงชั้นเนื้อฟันด้านใน
  • กระทบกับเส้นประสาท: ในชั้นเนื้อฟันมีท่อเล็กๆ (Dentinal Tubules) จำนวนมาก ซึ่งเชื่อมต่อกับเส้นประสาทภายในโพรงประสาทฟัน เมื่อน้ำยาเข้าสู่ท่อเหล่านี้ จะไปกระตุ้นเส้นประสาท ทำให้เกิดความรู้สึกเสียวฟันขึ้น

อาการเสียวฟันนี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและเป็นอาการที่บ่งบอกว่าน้ำยากำลังทำงานได้ดี โดยส่วนใหญ่จะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรืออาจนานถึง 1-2 วันหลังการฟอกสีฟัน


ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากอาการเสียวฟันแล้ว ยังอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้:

  • อาการระคายเคืองเหงือก: หากน้ำยาฟอกสีฟันสัมผัสกับเหงือกโดยตรง อาจทำให้เกิดอาการแสบหรือระคายเคืองได้ ซึ่งทันตแพทย์จะทำการป้องกันด้วยการทาเจลหรือวางวัสดุพิเศษเพื่อปกป้องเหงือกโดยเฉพาะ
  • สีฟันด่างหรือไม่สม่ำเสมอ: หากฟันมีคราบพลัคหรือหินปูนเกาะอยู่มาก หรือมีฟันที่บางไม่เท่ากัน อาจทำให้ผลลัพธ์ของสีฟันไม่สม่ำเสมอในตอนแรก แต่จะค่อยๆ ปรับเข้ากันเองภายในไม่กี่วัน


การบรรเทาอาการเสียวฟันหลังฟอกสีฟัน

หากคุณมีอาการเสียวฟันหลังฟอกสีฟัน ไม่ต้องกังวล คุณสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีเหล่านี้:

  • ใช้ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน: ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรท (Potassium Nitrate) หรือสตรอนเทียมคลอไรด์ (Strontium Chloride) สามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด: งดอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการเสียวฟันในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
  • ทานยาแก้ปวด: หากอาการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถทานยาแก้ปวดตามคำแนะนำของทันตแพทย์

การปรึกษาทันตแพทย์ก่อนการตัดสินใจฟอกสีฟันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและมั่นใจว่าเป็นการรักษาที่ปลอดภัยสำหรับคุณ



ประเภทของการฟอกสีฟัน: ข้อดีและข้อเสีย

การฟอกสีฟันหลักๆ มี 2 ประเภทที่ได้รับความนิยม ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน:

1. ฟอกสีฟันที่คลินิก (In-office Bleaching)

  • ข้อดี: เห็นผลเร็ว ใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง ฟันขาวขึ้นหลายเฉดสี และปลอดภัยเพราะทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ข้อเสีย: มีราคาสูงกว่าวิธีอื่น และอาจมีอาการเสียวฟันได้มากกว่าการฟอกสีฟันที่บ้าน

2. ฟอกสีฟันที่บ้าน (Home Bleaching)

  • ข้อดี: สะดวก ทำเองได้ที่บ้าน ราคาถูกกว่า และสามารถควบคุมความถี่ได้
  • ข้อเสีย: ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลชัดเจน ต้องใช้ความสม่ำเสมอ และอาจได้ผลลัพธ์ไม่ขาวเท่าการทำที่คลินิก


ขั้นตอนการฟอกสีฟันที่คลินิก

การฟอกสีฟันที่คลินิกเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเห็นผลทันทีและอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. ตรวจสุขภาพช่องปาก: ทันตแพทย์จะตรวจฟันและเหงือก หากพบฟันผุหรือหินปูนจะต้องทำการรักษาก่อน
  2. ขูดหินปูนและทำความสะอาดฟัน: เพื่อกำจัดคราบสกปรกและเตรียมผิวฟันให้พร้อม
  3. ประเมินสีฟัน: ทันตแพทย์จะถ่ายรูปและเทียบสีฟันเดิมเพื่อประเมินผลลัพธ์ที่คาดหวัง
  4. ป้องกันเหงือก: ทันตแพทย์จะใช้วัสดุกันน้ำยาฟอกสีฟันไม่ให้สัมผัสกับเหงือก
  5. ทาน้ำยาและใช้แสงกระตุ้น: ทาน้ำยาฟอกสีฟันลงบนผิวฟัน และใช้แสง LED หรือเลเซอร์กระตุ้นเพื่อให้การทำงานของน้ำยามีประสิทธิภาพมากขึ้น
  6. ทำความสะอาดและให้คำแนะนำ: ดูดน้ำยาออก ทำความสะอาด และให้คำแนะนำในการดูแลฟันหลังฟอกสีฟัน


การดูแลตัวเองหลังฟอกสีฟัน เพื่อผลลัพธ์ที่คงอยู่ยาวนาน

เพื่อให้รอยยิ้มของคุณขาวนานที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม: อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง หลังฟอกสีฟัน เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง และน้ำอัดลม
  • งดสูบบุหรี่: สารนิโคตินจะทำให้ฟันกลับมาเหลืองเร็ว
  • รักษาสุขอนามัยช่องปาก: แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
  • ใช้ยาสีฟันฟอกสีฟัน: สามารถช่วยคงความขาวของฟันได้


การฟอกสีฟันเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ฟันขาวขึ้นอย่างรวดเร็วและปลอดภัย แต่มีบางกลุ่มที่ไม่ควรฟอกสีฟัน ได้แก่ สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร, ผู้ที่มีอาการเสียวฟันรุนแรง, มีเหงือกอักเสบ หรือมีฟันผุ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาก่อนเสมอ


การเลือกคลินิกฟอกสีฟัน

เมื่อคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของฟันเปลี่ยนสีและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลรอยยิ้มของคุณ

เลือกคลินิกอย่างไรให้มั่นใจ?

  • ความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์: ทันตแพทย์ควรมีความรู้และประสบการณ์ในการฟอกสีฟันโดยเฉพาะ สามารถให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์: คลินิกควรมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและน้ำยาฟอกสีฟันที่ปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐาน
  • ความสะอาดและมาตรฐาน: คลินิกที่ได้มาตรฐานจะให้ความสำคัญกับความสะอาดและสุขอนามัยของอุปกรณ์และพื้นที่ให้บริการ


หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ครบครันทั้งในด้านความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และบริการที่เป็นมิตร เพ็ชราคลินิก พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอน

ที่ เพ็ชราคลินิก เราเข้าใจถึงความต้องการของคุณ เรามีทีมทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและใช้เทคโนโลยีฟอกสีฟันที่ปลอดภัย เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุด พร้อมคำแนะนำการดูแลหลังทำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รอยยิ้มของคุณขาวสดใสและคงอยู่ยาวนาน

สนใจฟอกสีฟันเพื่อเผยรอยยิ้มที่มั่นใจ? นัดหมายปรึกษาทันตแพทย์ที่ เพ็ชราคลินิก ได้เลยวันนี้!


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 โทร. 094-741-9369


 เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-19.00 น.
พิกัด: 
https://goo.gl/maps/qUCfWj9PNAhcPuyr8

ปรึกษาทันตแพทย์

บทความอื่นๆ

dental-crown-pain-care
By Petcharadentalclinic August 27, 2025
ทำไมต้องทำครอบฟัน และที่สำคัญคือ ทำครอบฟันเจ็บไหม? บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจทั้งหมด เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการทำครอบฟันมากขึ้นและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง
dental-prosthesis-care-tips
By Petcharadentalclinic August 25, 2025
ฟันปลอม ทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูรอยยิ้มและความมั่นใจให้กับผู้ที่สูญเสียฟันไป การดูแลรักษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ ฟันปลอม สะอาดและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
cost-of-dentures-thailand
By Petcharadentalclinic August 22, 2025
ฟันปลอมคือทางเลือกที่สำคัญสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาการสูญเสียฟัน มีคำถามที่หลายคนสงสัยคือ "ราคาฟันปลอม" มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?